2005/Oct/14

ขอสักนิดส์.........นะ

ข้อดีของการเลิกกันและการไม่มีแฟนเผื่อโดนใจครัยบางคน

1. ประหยัดค่าโทรศัพท์ ( ช่วยชาติ )

2. ไม่ต้องรีบกลับบ้าน ( เพื่อกลับมารับโทรศัพท์)

3. ไม่ต้องห่วงใคร ( ก็มันไม่มีให้ห่วงแล้วนี่หว่า )

4. ไม่ต้องคิดถึงใคร (มันก็ไม่มีให้คิดถึงอีกแล้ว..นี่หว่า )

5. ไม่ต้องรายงานตัว ( อิสระไม่ต้องจ่ายรายเดือน )

6. ฟังเพลงเศร้า เพร๊าะเพราะ ( ทุกเพลงFOR ME ๆๆๆๆ )

7. ไม่เปลืองหัว..จาย ( ขอจาย..เธอคืน )

8. อาจจะผอม (ว๊า!! แต่ไม่เห็นเบื่ออาหารเลยกินเอ๊า..กินเอา )

9. ทำไมมันเหลือเวลาว่างมากผิดปกติหว่า ( จาทำอารัยดีน๊อ )

10. ไม่ต้องคอยมานั่งนึกว่าวันนี้เราทำ หรือพูดอะไรผิดไป เพราะเวลางอน

อีกผ่ายชอบพูดว่า " น่าจะรู้ตัวนี่ว่าทำอะไรลงไป "

(อ้าว....ทำไปตั้งหลายอย่าง จำไม่หมดหรอก............)

11. สามารถไปหาแฟนใหม่ได้ รับรองต้องดีกว่าเก่า โดยไม่ต้องเกรงใจใคร

..ไม่ผิดด้วยยยยยยย ก้อเราโสดนี่นาาาาา เนอะ

12. ไม่ต้องคอยลุ้นเวลา check mail ว่าจะมีเมล์เค้ารึปล่าว..อิอิ

13. ได้เป็นตัวเองอีกครั้ง ทำทุกอย่างที่รู้สึกพอใจจริงๆ

14. ได้เปิดตัวคนใหม่สักที หลังจากปกปิดมานาน อิ อิ อิ

อีกๆกลอนโดนๆ..............................

************************************

ขอโทษ...ที่รักคุณ

ขอโทษ...ที่เผลอร้องไห้

ขอโทษ...ที่ไม่อาจลืมคุณไป

ขอโทษ...ที่เข้ามาวุ่นวายกับชีวิตคุณ

ขอโทษ...กับเวลาที่ผันผ่าน

ขอโทษ...ที่ไม่อาจแทนใครคนนั้นได้

ขอโทษ...ที่เจ็บปวดใจ

ขอโทษ...ที่ทำให้คุณรำคาญใจนะคุณ

ขอโทษ....ที่ต้องการให้คุณเอ่ยคำว่ารัก

ขอโทษ....ที่อยากรู้จักใจคุณให้ได้

ขอโทษ...ที่อยากให้คุณลืมใครไป

ขอโทษ...ที่อยากอยู่ในใจของคุณเสมอมา

แค่อยากจะบอกว่ารัก

ถึงแม้คุณจะไม่อาจรับไว้ได้

อยากบอกว่ารักคุณตลอดไป

และขอโทษมากมายที่บังคับใจคุณ

..............................................

ฉันรักเธอ OK ฉันรักจริง

ฉันทำผิด OK ฉันขอโทษ

เธอทำผิด OK ให้อภัย

เธอมองใคร OK เราเลิกกัน

...............................................

ฉันรักเธอเออก็ใช่ใครก็รู้

ฉันเคยอยู่คู่เธอเออก็ใช่

แต่เดี๋ยวนี้ไม่รักเธอเออทำไม

เธอจะไปรักใครเออไปเลย

.................................................

การที่เราจะรักคัย ชอบคัย ไม่ใช่เรื่องที่ผิดหรอกนะแต่เวลาเรารักคัยบางที่คุณก็ต้องเลือกก่อนว่าคนๆนี้ใช่แล้วหรือที่"ใจ"ต้องการใช่แล้วหรือที่คุณควรมอบใจ(ดวงน้อยๆ)ให้ ใช่แล้วหรือคนที่เราอยากคอยดูห่วงใย และคนๆใช่แล้วหรือที่จะไม่ทอดทิ้งเราให้เดียวดาย...

คุณอาจสงสัยสินะ ว่าคุณจะตัดสินใจเลือกใน"ความรัก"ของคุณยังไง(??? ยังไงดีน๊า???)

--- สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณควรใช้ นั่นคือ" ใจ" ของคุณเอง ลองตะโกนถามมันสิ ถามมันว่ามันต้องการหรือเปล่าแล้วเมื่อหัวใจคุณเรียกหาและตอบมาว่า" ใช่ "สิ่งที่คุณควรทำต่อไปคือ"สารภาพ" กะ "เค้า" ซะ.....หรือไม่ก็ลองหาวิธีบอกให้เค้ารู้ความรู้สึกของคุณซะ อย่าปล่อยไว้อย่างเรานะ(เด๋วขี้แยไม่รุด้วยนา^^")

เอาหละไว้คราวหน้าเราจะหาเรื่องแนวนี้มาให้อ่านกันใหม่ละกัน คุยมีอะไรก็ คอมเม้นท์ไว้ได้เลยนะ


edit @ 2005/10/15 20:17:04

2005/Oct/14

เพื่อนกับนาฬิกา
ถามอะไรคุณอย่างนึงได้ไหม
เพื่อนตามความคิดคุณคืออะไร?
เค้ามีความสำคัญกับคุณมากแค่ไหน
เทียบกับคนรักของคุณได้บ้าง ฤ เปล่า
ฉันมีบ้างอย่างอยากจะเล่าให้ฟังแค่นั้นเอง
มีนาฬิกาปลุกอยู่เรือน 1
มันทำหน้าที่ของมันทุกวัน
ทั้งเข็มยาวเข็มสั้น.
ยังคงเดินทางรอบหน้าปัดอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ตอนเช้าๆๆๆๆๆๆๆๆ
มันจะส่งเสียงกวนประสาท
เสียงที่ทำให้เราต้องตื่นจากความฝันแสนหวาน
เราตอบแทนมันโดยการเอื้อมมือไป ควานหาตบหรือกดมันอย่างแรง
ด้วยความรำคาญ เพื่อให้มันเงียบ
ทั้งๆที่มันก็ช่วยให้เราไม่ไปผิดนัดสำคัญๆอยู่เสมอ
และถ้ามันเผลอปลุกเราในวันพักผ่อน
บางทีเราอาจจะขวางมันทิ้งเสียด้วยซ้ำ
ทั้งๆที่เราก็เป็นคนตั้งเวลาเอาไว้เอง
บ้างครั้งเราก็มั่วทำอย่างอื่นที่เราเห็นว่าสำคัญ
มากเสียยิ่งกว่า
นาฬิกา ที่มันตั้งอยู่ที่เดิมของมันทุกวัน
เราไม่ใส่ใจมันเท่าไรหรอก จะสนใจมันแค่ตอนเรา
อยากรู้เวลาก็เท่านั้นเอง
จนกระทั่งวันนึง
นาฬิกาเดิมๆเรือนนั่นมันเงียบหายไป
คุณไม่รู้หรอกว่ามันเงียบไปเมื่อไร
คุณจำไม่ได้หรอกว่าตอนมันเดินครั้งสุดท้าย คือ ตอนไหน
คุณได้แต่โทษมันในเช้าวันนั้นว่า
ไอ้นาฬิกา เฮงซวย..ทำไมถึงไม่ปลุก
ทั้งที่มันเงียบไปเพราะคุณ
คุณว่าไหม ว่า
เพื่อนมันเหมือน นาฬิกาปลุกเนอะ
ทำไมนะเหรอ.
คุณคิดดูสิ---
ความรักระหว่างเพื่อนก็เหมือนการเดินของเข็มนาฬิกานะ
เดินอยู่ที่เดิมๆๆๆๆๆ แต่ก็เดินไปได้เรื่อยๆๆ ไม่เหนื่อยไม่เบื่อ
บางครั้งเพื่อนก็เตือนเรา
บอกเรา แนะนำเราไนบางเรื่องที่เราควรจะฟัง
แต่เรากลับรำคาญมัน
พูดทำร้ายน้ำใจเค้า หรือทำให้เค้าเสียใจ
เพราะคิดว่าคำพูดเตือนของเค้าทำให้คุณรำคาญ
ถึงแม้บางทีคุณก็ทำไปเพราะไม่ได้ตั้งใจ
แต่ลองสังเกตสิ
สิ่งที่เพื่อนๆคุณเตือน(ด้วยความหวังดีนั้น)
บางทีกลับช่วยคุณได้หลายๆเรื่อง
หลายครั้งหลายคราว
ที่คุณมัวแต่ทำเรื่องอื่น
ให้ความสำคัญกับคนอื่นๆๆ
และมองข้ามความสำคัญเพื่อน
เพราะคุณคิดอยู่เสมอว่า..
ความรักของเพื่อน มันเป็นเรื่องปกติ ธรรมดา
เช่นเดียวกับ นาฬิกา
ที่มันจะเดินไปอย่างนั้นเหมือนทุกๆวัน
แต่คุณคงลืมไปว่าสักวัน
ถ่านที่คุณใส่ไว้มันก็ต้องหมด
นาฬิกาไม่ได้ละเลยหน้าที่ของมัน
หากเพียงแต่เมื่อเวลาผ่านไป
มันจะเอาแรงที่ไหนเดินหากไม่มี แบตเตอร์รี่
เช่นเดียวกันกับเพื่อนของคุณ
แม้เค้าจะรักและปรารถนาดีกับคุณมากแค่ไหนก็ตาม
หากคุณเองไม่เคยใส่ใจ
หลงลืมไปว่ายังมีเค้าอยู่
ก็เปรียบเหมือนดังนาฬิกา
ที่มันไม่ได้ละทิ้งหน้าที่ของมันหรอก
หากแต่เพียงคุณเองที่ไม่เคยจะเอาใจใส่
นาฬิกาเก่าๆเดิมๆเรือนนั้นเลย
ถึงเวลาหรือยังที่คุณจะหันกลับมามอง
มองดูนาฬิกาเรือนเดิม
ไม่สายไปใช่ไหมที่คุณจะใส่ถ่านให้มันอีกครั้ง
และไขลานให้มันเดินดังเดิม
เพื่อให้นาฬิกาเรือนเดิม
กลับมาทำหน้าที่หน้าเบื่อเดิมๆ
อักสักครั้ง

edit @ 2005/10/15 20:13:42

2005/May/13

**นิทานใบไม้**

.
..
...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
ดอกไม้และใบ้ไม้ยังไม่ได้รวมอยู่บนต้นเดียวกันอย่างเช่นทุกวันนี้
มันต่างก็แยกกันอยู่ อีกทั้งเหล่าใบไม้ก็ไม่ได้มีแต่สีเขียว
หากแต่มีหลากหลายสีสันงดงามนัก แต่ดอกไม้กลับมีเพียงสีขาวเท่านั้น
ใบไม้รวมอยู่กับหมู่ใบไม้ด้วยกัน มีแต่ความร่าเริง มีนิสัยรักสนุก
ต่างจากดอกไม้ที่อยู่อย่างเงียบเหงาเดียวดาย
แม้จะอยู่รวมกันคุยกันกับหมู่ดอกไม้ด้วยกัน
แต่ดอกไม้แต่ละดอกต่าง มีความคิด และวาดฝันเป็นของตัวเอง
เธอเฝ้ารอบางสิ่งบางอย่างที่เธอเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
บ่อยครั้งที่เธอมองไปที่ใบไม้แล้วนึกอยากเป็นส่วนหนึ่งของสีสันสวยงามนั้นบ้าง
แต่ดอกไม้ ดอกเล็กและเสียงเบาเกินกว่าที่จะเรียกใบไม้ให้หันมา

กระทั่งวันหนึ่ง ... ใบไม้เกิดรู้สึกเบื่อสีสันของตัวเองขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นดอกไม้น้อยสีขาวบริสุทธิ์ดอกหนึ่งเข้า
ใบไม้ไม่รู้จักสีขาวมาก่อน เขาไม่รู้ว่าสีขาวเป็นอย่างไร
เพราะใบไม้ต่างก็มีสีสันกันทุกใบ
ใบไม้เกิดหลงใหลในความอ่อนหวานละมุนละไมของดอกไม้น้อยในทันที
แต่ในความอ่อนหวานนั้นดูเหมือนจะมีความเหงาแฝงอยู่ด้วย

ใบไม้จึงเข้าไปถามดอกไม้ว่า
"ดอกไม้ เธอช่างมีสีขาวสวยเหลือเกิน
แต่ทำไมเธอจึงดูเงียบเหงาอย่างนี้เล่า"
ดอกไม้น้อยแหงนมองใบไม้กิ่งใหญ่แข็งแรงก่อนจะตอบกลับไปว่า
"สีขาวซีดอย่างนี้หรือสวย ฉันอยากจะมีสีสันอย่างเธอบ้างจัง
มันคงจะทำให้ฉันมีชีวิตชีวาขึ้นมาก"
ใบไม้ได้ฟังแค่นั้นก็รู้สึกเหมือนกับว่ามันเป็นหน้าที่ของเขา
ที่จะต้องช่วยเหลือดูแล และปกป้องดอกไม้น้อยดอกนี้

เขาจึงบอกเธอไปว่า "มาซิดอกไม้ ฉันช่วยเธอได้นะ
ถ้าเพียงเธอมาอยู่กับฉัน ฉันจะทำให้เธอมี ชีวิตชีวาขึ้นเอง"
ดอกไม้น้อยไม่รอช้ารีบตอบตกลงในทันที
เมื่อดอกไม้ไปอยู่กับใบไม้แล้ว ใบไม้ก็ให้การดูแลเธออย่างดี
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำเพื่อเธอ
ถ่ายทอดออกมาเป็นสีสันสวยงามให้กับดอกไม้
แล้ววันหนึ่งเมื่อดอกไม้น้อยมองลงไปในลำธาร
เธอก็เห็นเงาตัวเองเปลี่ยนเป็นดอกไม้สีสวยที่มีชีวิตชีวา
แต่เมื่อหันไปมองที่ใบไม้ เขากลับกลาย เป็นสีเขียวที่ดูอบอุ่นนัก
ดอกไม้น้อยถามใบไม้ว่า "ใบไม้ นี่ฉันแย่งสีสันในชีวิตเธอมารึเปล่านะ"
ใบไม้ยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า "ไม่หรอก ทุกวันนี้เธอคือสีสันในชีวิตฉัน
ฉันไม่ต้องการสีสันอะไรอีกแล้ว ฉันมีเพียงความสบายใจที่ได้เห็นเธอมีความสุข"

จากนั้นมา ดอกไม้กับใบไม้ก็อยู่ร่วมกันเป็นต้นไม้ที่อบอุ่น
บนรากของความรัก ที่หยั่งลึกลงไปในผืนดินของหัวใจ

ด้วยเหตุนี้ ใบไม้จึงมีสีเขียว
สีเขียวที่มองแล้วให้ความรู้สึกสบายตา เพราะเมื่อเรามองดูสีเขียวเมื่อไร
เราจะรับรู้ได้ถึงความสบายใจของใบไม้ที่เห็นดอกไม้น้อยของเขามีความสุข
ส่วนดอกไม้ ขาวที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ อ่อนหวาน ละมุนละไมนั้น
ดอกไม้คงไม่อยากให้ความรู้สึกเหล่านี้หายไป
จึงยังคงมีดอกไม้สีขาวให้เราเห็นมาจนทุกวันนี้ด้วยเช่นกัน ...
****
***
**
*
*** อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องนึงที่เราเอามาฝากนะ คัยที่ชอบนอนดึกก็ลองมาอ่านนิทานเรื่องนี้ดูละกันนะ ***